ผลสำเร็จของโครงการ

  • 06

    ก.พ. 2560

  • 132

“ฉันรู้สึกดีใจที่ได้มาที่โรงเรียนนี้และมีความสุขมากที่เราได้ตัดสินใจมอบเงินเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนของโรงเรียน”

Deborah Han

หัวหน้ากลุ่ม E4E (Executives for the Extraordinary - Education for Everyone)

ห้องเรียนของหนูน่าเรียน (ส่งมอบอาคารเรียน โรงเรียนบ้านราวปลา)

 

ใบหน้าของนักเรียนโรงเรียนบ้านราวปลาอาบด้วยรอยยิ้ม แววตาเปี่ยมด้วยความสุขเมื่อเห็นอาคารเรียนที่ครั้งหนึ่งอยู่ในสภาพเก่าและทรุดโทรมไม่เพียงได้รับการบูรณะซ่อมแซมด้วยงบประมาณจากการสนับสนุนของกลุ่มผู้บริหารเพื่อความเป็นเลิศ (Executives for the Extraordinary - Education for Everyone : E4E) เท่านั้น แต่ผู้บริจาคใจดีกลุ่มนี้ได้เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาที่โรงเรียนและลงมือแต่งแต้มอาคารเรียนให้มีสีสันงดงามด้วยตัวเอง กระทั่งฝนฟ้าก็เป็นใจหยุดตกทั้งที่ก่อนหน้านี้ตกติดต่อกันมาเป็นสัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้ดวงอาทิตย์ได้ส่องแสงเจิดจ้า ทำให้งานทาสีและวาดรูปบนผนังอาคารเรียนในวันนั้นเป็นไปอย่างราบรื่น

“ฉันรู้สึกดีใจที่ได้มาที่โรงเรียนนี้และมีความสุขมากที่เราได้ตัดสินใจมอบเงินเพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนของโรงเรียน” Deborah Han หัวหน้ากลุ่ม E4E พูด

 

     

โรงเรียนบ้านราวปลาตั้งอยู่ในพื้นที่ทุรกันดารที่ล้อมรอบด้วยเทือกเขาบรรทัด เปิดทำการเรียนการสอนให้กับเด็กในพื้นที่เมื่อปี พ.ศ.2531 ด้วยอาคารเรียนหลังแรกที่สร้างด้วยไม้โดยกองร้อยทหารพรานที่ 41 ต่อมาได้มีการสร้างอาคารเรียนเพิ่มอีก 2 หลังโดยค่ายอาสาสมัครของนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสงขลา และค่ายอาสาสมัครของนักศึกษามหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ตามลำดับ

อาคารเรียนทั้ง 3 หลังมีพื้นที่ใช้สอยรวมกันสามารถจัดเป็นห้องได้ 6 ห้อง โรงเรียนบ้านราวปลาได้ใช้เป็นห้องเรียนสำหรับชั้นอนุบาลถึงชั้นป.6 รวมถึงเป็นห้องสมุดและห้องพยาบาล ซึ่งถือว่าเพียงพอและเอื้อต่อการเรียนการสอนด้วย ในระยะนั้นจำนวนนักเรียนมีไม่มากนัก อย่างไรก็ตามในเวลาต่อมาจำนวนนักเรียนได้เพิ่มมากขึ้น ทำให้มีปัญหาเสียงดังรบกวนกันจากห้องเรียนแต่ละห้องและห้องเริ่มคับแคบ

“ห้องเรียนชั้นป.1 ถึงป.6 ไม่มีฝา เปิดหมด โรงเรียนเอากระดานมากั้นเป็นฝาของแต่ละชั้น เสียงดังมาก หนวกหูมาก ไม่มีสมาธิ” บีม นักเรียนชั้นป.4 บอก

    

นอกจากปัญหาดังกล่าวแล้ว การอยู่คู่กับโรงเรียนบ้านราวปลากว่า 20 ปีของอาคารเรียน 3 หลังทำให้โครงสร้างของอาคารเริ่มทรุดโทรมและผุพัง

โรงเรียนบ้านราวปลาอยู่ในอำเภอทุ่งหว้า ซึ่งเป็นพื้นที่หนึ่งที่มูลนิธิศุภนิมิตฯ ได้เข้าไปดำเนินงานพัฒนา โรงเรียนได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ จากมูลนิธิศุภนิมิตฯ รวมถึงการส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อการสอนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การจัดทัศนศึกษา ค่ายภาษาไทย ค่ายคณิตศาสตร์ และค่ายวิทยาศาสตร์ ให้แก่นักเรียน ทั้งนี้เพื่อให้นักเรียนสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวัน ปัจจุบันโรงเรียนบ้านราวปลามีนักเรียนจำนวน 85 คน และ 25 คนได้รับการอุปการะด้านการศึกษาจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ

เมื่อกลุ่ม E4E ได้รับข้อเสนอเกี่ยวกับการซ่อมแซมอาคารเรียนของโรงเรียนบ้านราวปลาจากมูลนิธิศุภนิมิตฯ กลุ่มจึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณ 630,000 บาท และด้วยเงินจำนวนนี้ผนังห้องเรียนแบบถาวรได้ถูกกั้นขึ้น มีการติดตั้งประตูและกระดานดำใหม่ และเปลี่ยนกระเบื้องมุงหลังคา รวมทั้งมีการทาสีอาคารใหม่ทั้งหมดโดยสมาชิกกลุ่ม E4E นอกจากนี้ยังได้จัดซื้อโต๊ะและเก้าอี้นักเรียน 75 ชุด โต๊ะและเก้าอี้ครู 7 ชุด ทำให้อาคารเรียนของโรงเรียนในวันนี้แข็งแรงปลอดภัย และภายในห้องเรียนมีบรรยากาศการเรียนการสอนที่ดีขึ้น

สำหรับกลุ่ม E4E ได้เริ่มก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2546 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันสร้างคุณประโยชน์แก่เด็กๆ และชุมชนผู้ยากไร้ผ่านโครงการต่างๆ ทุกปี และในปี พ.ศ.2558 กลุ่มได้ตัดสินใจให้ความช่วยเหลือโรงเรียนบ้านราวปลา และได้มาช่วยกันทาสีและวาดภาพเด็กสุขสันต์บนฝาผนังของอาคารเรียนในวันที่ 26 พฤศจิกายน และทำการส่งมอบอาคารเรียนที่สวยงามแล้วในวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งตรงกับวันขอบคุณพระเจ้า

“เราเลือกมาที่นี่ในช่วงเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า เพื่อที่จะขอบคุณพระองค์สำหรับพระพรที่ทรงประทานให้แก่เรา และให้เราได้แบ่งพระพรนั้นกับผู้อื่น และต้องขอขอบคุณศุภนิมิตฯ ที่ให้โอกาสเราได้ทำสิ่งที่ดีๆ นี้” Deborah Han พูด

แสดงความคิดเห็น